LAGGING INDICATOR กับ LEADING INDICATOR แตกต่างกันอย่างไร❓

Lagging Indicator กับ Leading Indicator แตกต่างกันอย่างไร❓

รู้หรือไม่ว่า❓ Indicator หรือเครื่องมือต่างๆ   ที่เราใช้กันใน MT4 นั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
 
แล้วไอ้ลีดดิ้ง กับแล็กกิ้งนี้ มันแตกต่างกันอย่างไร   วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับ

1⃣   Lagging Indicator

คือกลุ่มเครื่องมือที่ บอกทิศทางของราคา “แบบตามตลาด” โดยบอกว่าจะเป็น “ขาขึ้น” หรือ “ขาลง” จากข้อมูลในอดีต หรือการคำนวณสถิติในอดีต   กลุ่มเครื่องมือ Lagging เช่น💡   MACDเหนือ0 ต่ำกว่า0, EMAตัดขึ้นตัดลง, ADXตัดขึ้นตัดลง, Parabolic SAR ฯลฯ   กลุ่มเครื่องมือพวกนี้จะมีจุดเด่นคือ💡   จะต้องรอให้ราคามันขึ้นหรือลงชัดเจนก่อน อินดิเคเตอร์ถึงค่อยคอนเฟิมตาม ว่าควรเล่นขึ้น หรือเล่นลง เช่นเกิดการตัดขึ้นของเส้น EMA นั่นก็แสดงว่า ราคาในกราฟต้องขึ้นมาซักพักนึงแล้ว เส้น EMA ถึงตัดขึ้นได้

ซึ่งก็เป็นเหมือนตัวคอนเฟิมได้ว่า ราคาน่าจะเกิดเป็นทิศทางขาขึ้นที่ชัดเจนได้แล้วจริงๆ แต่ก็มีข้อเสียคือ อินดิเคเตอร์ในกลุ่มพวกนี้ มักมีความล่าช้า กว่าตลาดไปหนึ่งก้าวเสมอ ไม่เหมาะที่จะใช้ตลอดเวลา ยิ่งถ้าสภาพตลาดผันผวน ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ยิ่งไม่เหมาะเลย   แต่เราควรใช้ในช่วงสภาวะที่ตลาด มีทิศทางที่ชัดเจนแล้ว ในระยะยาว บนทามเฟรมใหญ่ๆ แล้วค่อยใช้อินดิเคเตอร์กลุ่มนี้ เอาไว้หาจุดเข้าในทามเฟรมที่เล็กกว่า จึงจะได้ผลดี และเหมาะสมกว่าครับ

2⃣   Leading Indicator

คือกลุ่มเครื่องมือที่ บอกทิศทางของราคา “แบบนำตลาด” แต่จะนำแล้วผิดทาง หรือนำแล้วถูกทาง   ก็ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของผู้ใช้งานด้วยครับ   โดยหลักการทำงานของ Indicator กลุ่มนี้ คือจะเข้าไปจับเรื่องความขัดแย้งกัน ของ “ราคาและเวลา” หรือ “แนวรับและแนวต้าน” เพื่อที่จะ Predict ให้ได้ว่า ราคากำลังจะกลับตัวได้หรือไม่?   ซึ่งจะแตกต่างกันกับ Lagging ที่จะรอให้ราคาเกิดทิศทางไปแล้วซักพัก จึงค่อยคอนเฟิมจุดเข้า แต่สำหรับ Leading นั้นจะไม่รอให้ราคาเกิดทิ่ศทาง แต่มันจะทำนายไปเลยว่า จะกลับตัวรึป่าว?
 
กลุ่มเครื่องมือ Leading เช่น💡   Divergence, แนวรับ/แนวต้าน, Fibo Retrace, Fibo Extension, Harmonic pattern, Trend line   กลุ่มเครื่องมือLeadingนี้จะมีจุดเด่นคือ💡   ไม่ต้องรอให้ราคาเกิดทิศทางที่ชัดเจนก่อน แต่สามารถบอกได้เลยว่า ตำแหน่งไหน จะมีการเปลี่ยนทิศทาง หรือกลับตัว   เราควรใช้เครื่องมือกลุ่มนี้ บนสภาวะตลาดที่ผันผวน หรือ Sideway ตามกรอบของราคา เพื่อที่จะดักทาง และเก็บกำไรตามรอบของราคาได้อย่างเหมาะสม   และมันจะทำให้ผู้เล่นสามารถรับรู้ได้ล่วงหน้า ถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากต่อผู้เล่นครับ   เครื่องมือกลุ่มนี้ จึงเหมาะมากๆกับตลาด Forex ซึ่งเป็นจ้าวแห่งความผันผวนอยู่แล้ว
 
แต่ก็มีข้อเสียคือ มันไม่ได้แม่นยำเสมอไป โดยเฉพาะสภาวะที่ตลาดเกิดแนวโน้มยาวนาน เครื่องมือกลุ่มนี้จะไม่สามารถทำงานได้ดี   โดยผู้เล่นจำเป็นต้องมีทักษะ และความเชี่ยวชาญในการอ่านค่าการทำนายของเครื่องมือกลุ่มนี้อย่างเชี่ยวชาญ และถูกที่ ถูกเวลาเสมอ   รวมไปถึงต้องมีการวาง Position Sizinig อย่างถูกต้องดด้วยทุกครั้ง ในกรณีที่การทำนายนั้นผิดพลาด จะได้จำกัดความเสียหายให้เหลือเพียงเล็กน้อย ในทุกๆครั้งที่เทรด (ไม่มี HolyGrail ในการเทรด)😓

ถ้าจะถามว่า ถ้าเล่นฟอเร็กซ์ ควรใช้เครื่องมือกลุ่มไหน❓

ผมคอนเฟิมให้เลยครับ ว่าต้องกลุ่ม Leading Indicator เท่านั้น   ใช้ Lagging Indicator จะไปไม่รอด ถึงต่อให้ดี แต่ก็ดีแค่ช่วงสั้นๆ บางช่วงในแต่ละปีเท่านั้นครับ เพราะปีๆนึง มีเทรนชัดๆแค่ เดือนกว่าๆเท่านั้นครับ นอกนั้น Sideway หมด
 

คอร์สเรียนฟอเร็กซ์ ของ Thai Forex Elite ทั้งหมด

Base on มาจาก Leading Indicator ทั้งหมด   เพราะคาแรกเตอร์ของฟอเร็กซ์ที่เจอบ่อยๆนั้น   คือ Volatility และ Sideway   ระบบเทรดที่เหมาะสม จึงต้องมีพื้นฐานอยู่บน Leading Indicator   จึงทำกำไรได้มากกว่า ระบบแบบ Lagging
 
 

➡เล่นสั้น HERO Level⬅
ปกติ 19,900 บาท   เหลือเพียง 8,900 บาท

➡เล่นสั้น ELITE Level⬅
ปกติ 29,900 บาท   เหลือเพียง 13,900 บาท

 
สอบถามพูดคุยผ่าน INBOX   เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจเรียนได้ที่   https://bit.ly/2Vy2Ujf
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on email
Email
Share on telegram
Telegram
บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง
Phitsanukhom
Phitsanukhom
ถ้าคุณเลือกมีความสุขเฉพาะตอนทำกำไรได้ คุณจะทุกข์กับอาชีพนี้ทั้งชีวิต จงทำใจให้เป็นกลาง กำไรอย่าประมาท ขาดทุนอย่าท้อแท้ สภาวะที่ขาดทุน หรือกำไร เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระยะยาว